บทที่ 1
พระกิตติคุณจากเกาะปัทมอส
The Gospel From Patmos
วันที่ 29 ธันวาคม – 4 มกราคม 2019

 

บ่ายวันสะบาโต

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

 

 

ข้อควรจำ

“ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่าน และบรรดาผู้ที่ฟังคำเผยพระ-วจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่างๆ ที่เขียนไว้นั้น เพราะ
ว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว” (วิวรณ์ 1:3)

 

         คำพยากรณ์แห่งพระธรรมวิวรณ์ ถูกเผยในนิมิตที่พระเจ้าทรงประทานให้กับอัครทูตยอห์นขณะท่านถูกเนรเทศไปอยู่บนเกาะ
ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยก้อนหิน เกาะชื่อ “ปัทมอส” (วิวรณ์ 1:9) พระธรรมวิวรณ์ 1:3 ประกาศว่า พระธรรมเล่มนี้ควรถูกอ่านด้วยเสียงอันดังในคริสตจักร

ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวสัญญาด้วยว่า พระเจ้าจะทรงประทานพระพรให้แก่ผู้ที่อ่านและผู้ที่ฟัง และผู้ที่เชื่อฟังคำสอนในพระธรรมเล่มนี้ (เปรียบเทียบกับลูกา
6:47, 48
) พระคัมภีร์ข้อนี้อ้างถึงกลุ่มนมัสการที่ประชุมกันในคริสตจักรเพื่อฟังข่าวสาร อย่างไรก็ดีพวกเขาได้รับพระพรไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่านหรือรับฟัง
อย่างเดียว แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อ และปฏิบัติตามถ้อยคำในพระธรรมเล่มนี้ (ดูวิวรณ์ 22:7)

         คำพยากรณ์แห่งพระธรรมวิวรณ์แสดงให้เห็นถึงการเอาพระทัยใส่ของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์ซึ่งชี้ให้เราเห็นว่าชีวิตของเราในโลกนี้

สั้นและเปราะบาง เมื่อเทียบกับชีวิตชั่วนิรันดร์ในองค์พระเยซู และอีกประการหนึ่ง พระเจ้าทรงเรียกเราให้มีส่วนในการเผยแผ่พระกิตติคุณแห่งความรอด
ของพระองค์
        อัครทูตเปโตรได้กล่าวเปรียบเทียบไว้ว่า “เพราะคำนั้น (คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์) เป็นเสมือนตะเกียงที่ส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น
และดาวรุ่งจะผุดขึ้นในใจของพวกท่าน” (2 เปโตร 1:19) พระเจ้าทรงตั้งพระทัยจัดคำพยากรณ์ให้เป็นเครื่องนำทางชีวิตของเราในวันนี้ และให้มีความหวัง
สำหรับอนาคต เพราะเราต้องการแสงสว่างนำทางจากคำพยากรณ์นี้ไปจนกว่าพระเยซูจะทรงเสด็จกลับมาครั้งที่สอง และพระเจ้าจะทรงสถาปนาอาณาจักร
ชั่วนิรันดร์ของพระองค์ขึ้น

วันอาทิตย์

ชื่อของพระธรรม  The Title of the Book

 

        อ่านพระธรรมวิวรณ์ 1:1, 2 ชื่อเต็มของพระธรรมเล่มนี้มีความสำคัญอะไรบ้าง ชื่อของพระธรรมเล่มนี้สอนเราเกี่ยวกับใคร ซึ่งเนื้อหา
ของพระธรรมเล่มนี้อ้างถึงวิวรณ์ 1:1 กล่าวเปิดฉากว่า “วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์” คำว่า “วิวรณ์”(revelation) มาจากภาษากรีกคือ “apokalupsis” (apocalypse) ซึ่งหมายถึง “เปิดเผย”, “เปิดออก” หรือ “เปิดผ้าคลุมออก” ดังนั้น “วิวรณ์ของพระ-เยซูคริสต์” จึงหมายถึงการเปิดเผยเรื่องของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นการเปิดเผยโดยพระองค์เองหรือเกี่ยวกับพระองค์ ซึ่งเป็นมาจากพระเจ้าผ่านพระเยซูคริสต์ (ดู วิวรณ์ 22:16) จะว่าไปเนื้อของพระธรรมเล่มนี้เป็นพยานกล่าวถึงพระเยซู นอกจากนี้พระธรรมวิวรณ์ยังเผยตัวเองให้เห็นความเป็นไปของประชากรของพระเจ้า และแสดงให้เห็น “การดูแลเอาพระทัยใส่ของพระเจ้า”ต่อประชากรของพระองค์
     กล่าวได้ว่าพระเยซูทรงเป็นรูปทรง (fi gure) ของพระธรรมวิวรณ์ กล่าวคือพระธรรมเล่มนี้เริ่มต้นด้วยพระองค์ (วิวรณ์ 1:5-8) และสิ้นสุดด้วยพระองค์
(วิวรณ์ 22:12-16) “ให้พระธรรมดาเนียลเฉลย ให้พระธรรมวิวรณ์เฉลย และ

      กล่าวว่าอะไรคือความจริง แต่ไม่ว่าจะนำเสนอด้วยวลีใด ก็จะเชิดชูพระเยซูขึ้ เป็นประดุจศูนย์กลางของความหวังทั้งมวล “เป็นรากและเป็นเชื้อสายของ
ดาวิด เป็นความสว่างและดาวประจำรุ่ง” (เอลเลน จี. ไว้ท์, Testimonies toMinister and Gospel Workers, หน้า 118)
เช่นกันพระเยซูในพระธรรมวิวรณ์เป็นพระเยซูในพระกิตติคุณทั้งสี่พระธรรมวิวรณ์กล่าวพรรณนาถึงพระเยซูต่อในงานแห่งความรอดในนามแห่งประชากรของพระองค์ตามที่กล่าวพรรณนาในพระกิตติคุณ พระธรรมวิวรณ์
       โฟกัสในลักษณะแตกต่างไปในรูปการดำรงอยู่ และพันธกิจของพระองค์ ซึ่งขาดเสียมิได้ในจุดที่พระกิตติคุณสิ้นสุดลง ด้วยการสิ้นพระชนม์ การฟื้นพระชนม์ และการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระองค์จดหมายฝากถึงชาวฮีบรู (พระธรรมฮีบรู) และพระธรรมวิวรณ์ต่างเน้นในพันธกิจของพระเยซูในสวรรค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภายหลังที่พระเยซูเสด็จขึ้นไปยังสวรรค์ ทรงได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการในฐานะเป็นมหาปุโรหิตหลวงในพลับพลาบนสวรรค์ ถ้าปราศจากพระธรรมวิวรณ์ (หรือพระธรรมฮีบรู)ความรู้เรื่องพันธกิจของพระคริสต์ในฐานะมหาปุโรหิตบนสวรรค์เพื่อทำการแทนประชากรของพระองค์จะเป็นเรื่องที่จำกัดมาก และกระนั้นนอกจากพระ-ธรรมฮีบรู พระธรรมวิวรณ์ยังจัดให้เรามองเห็นพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ซึ่งทรงทำแทนพวกเราในสวรรค์อย่างชัดเจนเป็นพิเศษ

     อ่านพระธรรมยอห์น 14:1-3 พระสัญญาอันกว้างใหญ่ตรงนี้ ช่วยเราให้เข้าใจสิ่งที่พระเยซูกำลังทรงดำเนินการเพื่อเราเดี๋ยวนี้ในสวรรค์
เราจะได้รับความหวังอะไรจากพระสัญญาอัศจรรย์นี้

วันจันทร์

     วัตถุประสงค์ของพระธรรมเล่มนี้   The Purpose of the Book
           พระธรรมวิวรณ์ 1:1 บอกเราด้วยว่า วัตถุประสงค์ของพระธรรมเล่มนี้เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต เริ่มต้นจากช่วงเวลาที่พระธรรมเล่มนี้
ถูกเขียนขึ้น ผู้ใดที่คุ้นเคยกับพระธรรมวิวรณ์จะสังเกตเห็นว่าคำทำนายของเหตุการณ์ต่างๆ มีหลายสิ่งได้เกิดขึ้นแล้ว และมีอีกหลายสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน

          อนาคต (จากมุมมองเห็นของเราในปัจจุบัน) คำพยากรณ์ทั้งสองส่วนนี้ครอบคลุมเนื้อหาของพระธรรมเล่มนี้เป็นส่วนใหญ่
วัตถุประสงค์เบื้องต้นของคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์มีเป้าหมายให้เราเกิดความมั่นใจว่า ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต พระเจ้าทรงเป็นผู้ควบคุม
พระธรรมวิวรณ์ทำหน้าที่นี้โดยตรง: พระเยซูคริสต์ทรงอยู่กับประชากรของพระองค์ตลอดประวัติศาสตร์ของโลก และทำหน้าที่ปลุกให้ตื่นตัวสำหรับ
เหตุการณ์ในวาระสุดท้าย
           ผลที่สุดคือ คำพยากรณ์ในพระธรรมวิวรณ์มีวัตถุประสงค์ให้นำไปปฏิบัติสองประการ: เพื่อจะสอนเรา ให้ดำเนินชีวิตอย่างไรในปัจจุบัน และเพื่อ
เตรียมเราไว้สำหรับอนาคต
          จากเฉลยธรรมบัญญัติ 29:29 เพราะเหตุใดจึงมีสิ่งลี้ลับต่างๆที่ไม่เปิดเผยให้เราทราบ อะไรคือจุดประสงค์ของการเปิดเผย และตาม
วิวรณ์ 22:7 เพราะเหตุใดจึงเปิดเผยให้เราทราบ
          คำพยากรณ์เกี่ยวกับวาระสุดท้ายไม่ได้เปิดเผยให้เราทราบ เพื่อสนองต่อความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอนาคตของเรา พระธรรมเล่มนี้เปิดเผยให้
แก่ผู้ที่ต้องการรู้อนาคต คำพยากรณ์เหล่านั้นถูกเปิดออกเพื่อให้เรารู้ถึงในความร้ายแรงของสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อเราจะตระหนักว่า เราจะต้องพึ่งพิง
พระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระองค์
          เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ “การดาดการณ์ ทำให้เกิดความตื่นตัว ซึ่งมาพร้อมกับคำสอนเรื่องเหตุการณ์วาระสุดท้าย” น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้
กระทำโดยผู้ทำนายจากสิ่งที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ซึ่งทำให้ผู้คนตกใจกลัว และบริจาคเงินช่วยงานของพวกเขา เพราะว่าวาระสุดท้ายอยู่ใกล้แค่เอื้อม อย่างไร
ก็ตามวาระสุดท้ายยังไม่มาถึง ผู้คนจึงขจัดความเข้าใจผิดออกไป และรู้สึกท้อถอย เช่นเดียวกับสิ่งดีใดๆ ที่พระเจ้าได้ประทานให้เรา คำพยากรณ์ก็
เช่นกันสามารถถนำไปสู่การใช้ผิด และตีความหมายผิดได้เช่นกัน


          จากพระธรรมยอห์น 14:29 อะไรคือจุดประสงค์ของคำพยา-กรณ์

วันอังคาร      ภาษาเชิงสัญลักษณ์ของพระธรรมวิวรณ์

                           The Symbolic Language of Revelation

          อ่านพระธรรมวิวรณ์ 13:1; ดาเนียล 7:1-3 และ เอเสเคียล 1:1-14 สิ่งที่นิมิตเหล่านี้มีเหมือนกัน คืออะไรพระธรรมวิวรณ์ 1:1 กล่าวเพิ่มเติมว่า: “และพระองค์ทรงใช้ทูตสวรรค์ไปแจ้งกับยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์” และเราพบถ้อยคำที่สำคัญมากในพระธรรมเล่มนี้ เป็นความหมายถอดจากภาษากรีกคือ “เซไมโน” (semaino)ซึ่งหมายถึง “ที่จะแสดงให้เห็นโดยเครื่องหมายสัญลักษณ์” ถ้อยคำนี้ถูกใช้ในภาษากรีกในพระคัมภีร์ที่แปลจากพระคัมภีร์เดิม (เซปตัวจินต์) ซึ่งท่านดาเนียลอธิบายให้กษัตริย์ “เนบูคัดเนสซาร์” ว่าปฏิมากรนั้นประกอบด้วยทองคำ เงินทองเหลือง และเหล็ก ซึ่งหมายถึงกษัตริย์ แสดงให้เห็น “สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” (ดาเนียล 2:45) ด้วยการใช้ถ้อยคำเดียวกัน อัครทูตยอห์นบอกเราว่า “ฉาก” และ “เหตุการณ์” ของพระธรรมวิวรณ์ ซึ่งแสดงแก่อัครทูตยอห์นในนิมิตเป็นเชิงสัญลักษณ์ โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ อัครทูตยอห์นได้บันทึกสัญลักษณ์ที่พระเจ้าแสดงให้เห็นเหล่านี้ เหมือนที่ท่านได้เห็น
ในนิมิต (วิวรณ์ 1:2)

          ดังนั้นภาษาซึ่งคำพยากรณ์ในพระธรรมวิวรณ์กล่าวไว้ โดยส่วนมากแล้วจะต้องไม่ตีความหมายตรงๆ ตามตัวอักษร โดยมีกฎว่า การอ่านพระคัมภีร์
โดยทั่วไปให้คาดคะเนล่วงหน้า ให้เข้าใจตามภาษาที่แสดงให้ทราบ (ยกเว้นข้อพระคัมภีร์ชี้เจตนาว่าเป็นสัญลักษณ์) แต่เมื่อเราอ่านพระธรรมวิวรณ์ เว้นแต่
ข้อพระคัมภีร์ชี้ว่า ความหมายเป็นไปตามตัวอักษร นอกนั้นเราจะต้องตีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ฉากและเหตุการณ์ต่างๆ เป็นจริงตามที่เห็น
นอกนั้นโดยทั่วไปถ้อยคำจะแสดงออกเป็นภาษาเชิงสัญลักษณ์

          ให้จำไว้ว่า สัญลักษณ์ส่วนใหญ่ในพระธรรมวิวรณ์ จะช่วยเราให้ปลอดภัยจากการบิดเบือนคำพยากรณ์ ในความพยายามจะตัดสินความหมายเชิง
สัญลักษณ์ในพระคัมภีร์ เราต้องระมัดระวังไม่ “กำหนด” ความหมายตามจินตนาการของมนุษย์ หรือความหมายที่เป็นไปตามกระแสของการตีความ

          ในเชิงสัญลักษณ์ แต่ให้เรากลับไปที่พระคัมภีร์ และสัญลักษณ์ต่างๆ ที่พบในหน้าของพระคัมภีร์ เพื่อที่จะเข้าใจสัญลักษณ์ในพระธรรมวิวรณ์ได้ถูกต้อง
ที่จริงแล้วในความพยายามที่จะไขความหมายเชิงสัญลักษณ์ของพระธรรมวิวรณ์ เราจะต้องจำไว้ก่อนว่า ความหมายส่วนมากนำมาจากพระ-
คัมภีร์เดิม โดยการเขียนภาพของอนาคตในภาษาของอดีต พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะสร้างความประทับใจกับดวงจิตของเรา ว่าช่วยให้รอดในอดีตที่พระองค์
ทรงได้ทำเพื่อประชากรของพระองค์ พระองค์จะทรงทำเพื่อพวกเขาอีกครั้งในอนาคต ในความพยายามที่จะถอดรหัสสัญลักษณ์ และรูปแบบในพระธรรม
วิวรณ์ เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการให้ความสนใจในพระคัมภีร์เดิม

พุธ ธรรมชาติของพระเจ้า

       The Godhead

           พระธรรมวิวรณ์เริ่มต้นด้วยการทักทายคล้ายกับที่พบในจดหมายฝากของอัครทูตเปาโล พระธรรมวิวรณ์มองได้ว่าเป็นลักษณะจดหมายฝากที่ส่งไป
ยังคริสตจักรทั้งเจ็ดในเอเชียน้อย (Asia Minor) ในสมัยของอัครทูตยอห์น(ดู วิวรณ์ 1:11) อย่างไรก็ดี พระธรรมวิวรณ์ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเฉพาะคริสตจักร
ทั้งเจ็ดเท่านั้น แต่สำหรับคนทุกยุคทุกสมัย
          อ่านพระธรรมวิวรณ์ 1:4, 5 และ โรม 1:7 มีคำทักทายอะไรที่ เหมือนกันในพระธรรมทั้งสองเล่มและการทักทายนั้นมาจากใคร

           ข้อพระคัมภีร์ทั้งสองเสนอสำนวนโวหารในการทักทาย เหมือนกันคือ“ขอพระคุณ และสันติสุขซึ่งมาจากพระเจ้าพระบิดาของเราทั้งหลาย และจาก
พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (โรม 1:7)ถ้อยคำนี้ประกอบไปด้วย “คำทักทายของชาวกรีก” ว่า (charis) คือพระคุณ
และการทักทายในรูปแบบของชาวฮีบรูคือคำว่า “ชาโลม” (shalom) ซึ่งหมายถึง “สันติสุข” (หรือ “เป็นสุขสบายดี”) ดังที่เราได้เห็นในข้อพระคัมภีร์
เหล่านี้ ผู้ที่ประทาน “พระคุณ” และ “สันติสุข” คือบุคคลทั้งสามในตรีเอกานุภาพคือพระเจ้าทั้งสามพระภาคนั่นเอง

         พระเจ้าองค์พระบิดา เป็นที่รับทราบว่า ทรงเป็นพระองค์นั้น (One)“พระเจ้าผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ที่จะเสด็จมา” (วิวรณ์ 1:8; วิวรณ์
4:8)
นี่อ้างถึงพระนามของ “พระยาห์เวห์”, ผู้ตรัสว่า “เราเป็น ผู้ซึ่งเราเป็น”(อพยพ 3:14) ข้อพระคัมภีร์นี้ อ้างถึงพระเจ้า องค์พระบิดาผู้ทรงพระชนม์
นิรันดร์
          พระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกอ้างถึงดุจ “วิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า”(เปรียบเทียบกับ วิวรณ์ 4:5 และ วิวรณ์ 5:6) เลขเจ็ดเป็นตัวเลขที่เต็มสมบูรณ์
“วิญญาณทั้งเจ็ด” หมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำการอย่างแข็งขันในคริสตจักรทั้งเจ็ด ลักษณะนี้อ้างถึงการทรง “สถิตอยู่ทุกแห่งในเวลาเดียว
กัน” (omnipresent) พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงทำการอย่างไม่หยุดยั้งท่ามกลางประชากรของพระเจ้าตลอดในประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้พระองค์สามารถ
บรรลุเป้าหมายที่ทรงถูกเรียกให้ดำเนินการ
          พระเยซูคริสต์ทรงเป็นที่รับรู้ในเอกลักษณ์โดยชื่อทั้งสาม: “พระเยซูคริสต์ เป็นพยานผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นจากตาย และเป็นผู้ครอบ
ครองเหนือบรรดากษัตริย์ในโลก” (วิวรณ์ 1:5) เหล่านี้อ้างถึงการสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระองค์ การฟื้นพระชนม์ของพระองค์ และทรงได้รับการ
สถาปนาขึ้นครองราชย์บนสวรรค์ จากนั้นอัครทูตยอห์นกล่าวถึงสิ่งที่พระเยซูได้ทำ “และทรงตั้งเราให้เป็นอาณาจักร และเป็นพวกปุโรหิตของพระเจ้า
พระบิดาของพระองค์” (วิวรณ์ 1:5, 6)
          พระองค์ “ทรงรักเรา” ในต้นฉบับดั้งเดิมภาษากรีกอ้างถึง ความรักที่ดำเนินต่อเนื่องไป ซึ่งโอบล้อมสิ่งที่เกิดในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พระคริสต์
ทรงรักเราและปลดปล่อยเราจากความบาปโดยพระโลหิตของพระองค์ ในภาษากรีก คำกริยาที่ว่า “ปลดปล่อย” (released) อ้างถึงการกระทำที่สำเร็จ
ในอดีต: เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงจัดการไถ่เราสู่สภาพเดิม ให้หลุดพ้นจากความบาปของเราอย่างสมบูรณ์ และเสร็จสิ้น
ตลอดไป
     พระธรรมเอเฟซัส 2:6 และ ฟีลิปปี 3:20 พรรณนาถึงเหล่าผู้ได้รับการไถ่ เป็นผู้ที่พระองค์ทรงให้เป็นขึ้นมากับพระองค์ และทรงโปรด

ให้นั่งในสวรรค์สถานกับพระเยซูคริสต์ นั่นหมายถึงอะไร และเราจะนำเสนอความชื่นชมยินดีด้วยสง่าราศีในพระคริสต์ผู้ทรงเป็น “กษัตริย์
และมหาปุโรหิต” วิวรณ์ 1:6 อย่างไร ขณะที่เรายังอยู่ในโลกแห่งการสาปแช่ง ความจริงส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของเราอย่างไร

วันพฤหัสบดี ประเด็นสำคัญของพระธรรมวิวรณ์

                           The Keynote of Revelation

          บทสรุปของบทนำของพระธรรมวิวรณ์ชี้ไปยังจุดโฟกัสของพระธรรมทั้งเล่ม: การเสด็จกลับมาของพระเยซูด้วยฤทธานุภาพ และสง่าราศี พระคริสต์
ทรงสัญญาจะเสด็จกลับมาอีก ซึ่งทรงกล่าวซ้ำถึงสามครั้งในตอนสรุปของพระธรรมเล่มนี้ (วิวรณ์ 22:7, 12, 20)
          อ่านพระธรรมวิวรณ์ 1:7, 8 ถ้อยคำของพระคัมภีร์เหล่านี้ได้รับจากข้อพระคัมภีร์ว่าด้วยคำพยากรณ์สองสามข้อคือ: ดาเนียล 7:13, 14;
เศคาริยาห์ 12:10; มัทธิว 24:30 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับ “ความแน่นอน” ของการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง
พระธรรมวิวรณ์กล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์โลก การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง “เป็นเครื่องหมาย” ของการ
สิ้นสุดประวัติศาสตร์ของโลกนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรชั่วนิรันดร์ของพระเจ้า ขณะเดียวกันเป็นเครื่องหมายแห่งเสรีภาพจากความชั่วร้ายทั้งปวง
ความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวด และความตาย
           เหมือนกับพระธรรมของพระคัมภีร์ใหม่ทั้งเล่ม พระธรรมวิวรณ์ 1:7 ชี้ไปยังการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ว่า “นี่แน่ะ พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับ
หมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวงจะเห็นพระองค์ แม้แต่คนทั้งหลายที่แทงพระองค์”พระคัมภีร์ข้อนี้บ่งบอกถึงการฟื้นคืนชีวิตเป็นกรณีพิเศษตามตัวอักษรของบุคคล
บางคนก่อนการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์ อันรวมไปถึงเหล่าคนที่ได้ตรึงพระองค์ ขณะที่โดยภาพรวมพระองค์เสด็จมารับบุคคลทั้งปวง (ทั้ง
มีชีวิตอยู่ และที่ตายไปแล้ว) ซึ่งรอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์ และจะนำพวกเขาไปยังสวรรค์ ขณะเดียวกันคนที่ไม่เชื่อ คือคนที่ปฏิเสธความรักและเมตตาคุณของพระองค์ ต้องได้รับการพิพากษา
          ความแน่นอนในการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ถูกกล่าวยืนยันด้วยคำว่า “เพราะจะเป็นไปอย่างนั้น อาเมน” (วิวรณ์ 1:7) คำที่ว่า “เพราะจะเป็น
ไปอย่างนั้น” เป็นคำที่แปลมาจากภาษากรีก คือ “nai” ส่วนคำว่า “amen”เป็นภาษาฮีบรูหมายถึง “การกล่าวยืนยันให้เป็นไปเช่นนั้นเทอญ” เมื่อประมวล
ถ้อยคำเหล่านี้เข้าด้วยกันแสดงให้เห็นถึง “ความแน่นอน” ซึ่งถ้อยคำทั้งสองสรุปความแน่นอนในลักษณะที่คล้ายกันกับพระธรรมวิวรณ์ “พระองค์ผู้ทรง
เป็นพยานในเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า “เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน” อาเมน“พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมา เถิด” (วิวรณ์ 22:20)
      “มากกว่าหนึ่งพันแปดร้อยปีได้ผ่าน (เอลเลน จี. ไว้ท์ นับถึงสมัยของนางเอง ในปี ค.ศ. 1913) ตั้งแต่พระผู้ช่วยให้รอดได้ประทานพระสัญญาว่า
พระองค์จะเสด็จกลับมา ในช่วงหลายสิบศตวรรษถ้อยคำของพระองค์ได้เติมดวงใจ และหนุนดวงจิตเหล่าผู้สัตย์ซื่อในความเชื่อ พระสัญญานั้นยังไม่สำเร็จ
สมจริง: พระสุรเสียงของผู้ประสาทชีวิตยังไม่ได้เรียกเหล่าผู้ชอบธรรมที่นอนหลับอยู่ในหลุมฝังศพให้ตื่นขึ้นสู่ชีวิตอมตะ แต่พระสัญญาที่ตรัสออกมานั้น
เป็นถ้อยคำที่แน่นอน ในเวลาของพระองค์ พระเจ้าจะทำให้ถ้อยคำของพระองค์สำเร็จสมจริง มีใครบ้างไหมที่รู้สึกเหนื่อยล้าในเวลานี้ เราจะปล่อยมือจากความ
เชื่อที่เราได้ยึดมั่นมานานแล้วหรือ ในขณะที่เราอยู่ใกล้วาระสุดท้ายของโลก มีใครบ้างจะพูดว่า เมืองบรมสุขเกษมนั้นยังอยู่ไกลมาก ไม่ ไม่ ยังเหลือเวลาอีก
ไม่นาน พระคริสต์จะเสด็จมา และพระองค์จะทรงเช็ดน้ำตาที่ไหลจากดวงตาของเรา ขอให้เรารออีกหน่อย แล้วพระองค์จะเสนอเราต่อพระบิดาอย่างไร้
ตำหนิ ต่อพระพักตร์พระบิดาเราทั้งหลายจะเต็มด้วยความงามสง่า ใบหน้าฉายความชื่นชมยินดียิ่งเกินกว่าความชื่นชมยินดีใดๆ ที่เคยรู้สึก” (เอลเลน
จี. ไว้ท์, The Advent Review and Sabbath Herald, 13 พฤศจิกายน 1913)


          การที่พระคริสต์ทรงประทานพระสัญญา เป็นถ้อยคำที่ “ชอบธรรมสัตย์ซื่อ มั่นคงในคุณความดี” ดังคำว่า (integrity) ซึ่งเป็นพระลักษณะ
พระอุปนิสัยของพระองค์ พระองค์ทรงมีความสามารถทำให้พระสัญญา
นั้นเป็นจริงแน่นอน ความจริงที่พระคริสต์ทรงสัญญาว่าพระองค์จะ
เสด็จกลับมาครั้งที่สอง ซึ่งในอดีตพระองค์ทรงรักษาพระสัญญาไว้ทุกข้ออย่างมั่นคง เมื่อพระองค์ได้ทรงสัญญาแล้ว พระองค์จะทำให้คุณมั่นใจ
ว่า พระคริสต์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สอง ตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้แน่นอน

วันศุกร์    ศึกษาเพิ่มเติม:

            อ่านงานเขียนของ เอลเลน จี. ไว้ท์, Testimonies to Ministers andGospel Workers, ในบท “การศึกษาพระธรรมดาเนียล” และ “พระธรรม
วิวรณ์”, หน้า 112-119
           “การเปิดเผยนี้ทรงประทานให้ เพื่อเป็นเครื่องชี้นำ และให้การหนุนใจคริสตจักร ตลอดประวัติศาสตร์ของคริสเตียน…พระธรรมวิวรณ์เป็นสิ่งที่เผย
ให้ทราบ องค์พระผู้เป็นเจ้าเองทรงเปิดเผยให้ผู้รับใช้ทราบถึงข้อลึกลับที่บรรจุอยู่ในหนังสือ และพระองค์ทรงออกแบบให้พวกเขาเปิดหน้าหนังสือเพื่อการ
ศึกษาหมดทั้งเล่ม ความจริงที่มีอยู่ถูกแสดงออกแก่เหล่าผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายของประวัติศาสตร์โลกพอๆ สำหรับผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยของอัครทูต
ยอห์น ฉากบางฉากพรรณนาถึงคำพยากรณ์ในอดีต บ้างก็แสดงให้เห็นในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และบางฉากแสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์สุดท้าย
ของความขัดแย้งยิ่งใหญ่ระหว่างอำนาจของความมืด และเจ้าชายแห่งสวรรค์และบางฉากเผยถึงชัยชนะ และความชื่นชมยินดีของเหล่าผู้ถูกไถ่ให้รอดใน
โลกที่ถูกสร้างใหม่
          “อย่าให้ใครคิดว่า เพราะข้อความในพระธรรมวิวรณ์ไม่อาจอธิบายความหมายได้ทุกสัญลักษณ์ ซึ่งบันทึกไว้ในพระธรรมวิวรณ์ ดังนั้นจึงเปล่า
ประโยชน์สำหรับพวกเขาที่จะค้นหาความหมายในพระธรรมเล่มนี้ พระเจ้าองค์ผู้ทรงเผยข้อลึกลับนี้ให้อัครทูตยอห์นทราบว่า จะทรงประทานความจริงให้กับผู้ที่
ค้นหาอย่างหมั่นเพียร เพื่อพวกเขาจะได้ชิมรสชาติของสวรรค์ล่วงหน้า ผู้ที่มีใจเปิดออกต้อนรับความจริงจะสามารถเข้าใจคำสอนของพระธรรมเล่มนี้

          ดังพระสัญญาที่ว่า “พระเจ้าจะทรงประทานพรแก่ผู้ที่เชื่อฟังถ้อยคำแห่งคำพยากรณ์ที่เขียนไว้ในพระธรรมเล่มนี้” (เอลเลน จี. ไว้ท์, กิจการของอัครทูต,
หน้า 583-585)

คำถามเพื่อการอภิปราย: 


1. ถ้าพระธรรมวิวรณ์กำลังเปิดม่านของพระเยซูคริสต์ออก เพราะเหตุใดพระคัมภีร์เล่มสุดท้ายนี้จึงมีความหมายด้านลบในปัจจุบัน
มีอะไรบอกเราถึงการรับรู้พระธรรมวิวรณ์ของคริสเตียนทั้งหลายและเพราะเหตุใดคำว่า “เกรงกลัว” (fear) จึงถูกใช้กับคำพยากรณ์
ในพระธรรมวิวรณ์บ่อยมาก
2. มีบางคนที่ทำนายถึงวาระสุดท้ายและการเสด็จครั้งที่สองของพระเยซูผิดพลาด คำทำนายเหล่านั้นส่งผลด้านลบต่อคริสเตียน
และบุคคลภายนอกอย่างไร เราจะทำให้คำพยากรณ์เกี่ยวกับวาระสุดท้ายและการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเกิดความกระจ่างแก่
คนอื่นได้อย่างไร

                                                     <previous>        <Go Home>     <Next Lesson>

 

Thai SDA Church
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.